วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555

ทำอะไรดี ที่ได้กำไร

สวัสดีค่ะ ระหว่างที่ห่างหายไป มีผู้ชมส่งอีเมล์มาหาบ้าง มาถามบ้าง ก็ไม่เคยได้ตอบอีเมล์ผ่านบล๊อกสักที พอดีวันนี้มีโอกาส ขออณุญาตนำอีเมล์มาตอบผ่านบล๊อกให้ดูกันสัก 1 ท่าน นะคะ


คำถาม แนะนำหน่อยค่ะ ควรจะทำอะไรดี ที่ได้กำไร ??

คำตอบ "ปกติทำขนมขายส่ง ประเภทขนมที่จะทำกำไรมากที่สุดคือพวก ขนมปังไส้ ค่ะ ไส้เผือก ถั่วแดง ครีม สังขยา หมูหยอง ลูกเกด ไส้กรอก พวกนี้มีจำหน่ายตามร้านขายวัตถุดิบอยู่แล้ว แต่เวลาที่ทำขนมปังจำนวนมาก ต้องอาศัยการวางแผน เพราะต้องแข่งกับการเจริญเติบโตของยีสต์ขนมปัง ส่วนใหญ่พวกที่ทำขนมปังส่งขายเยอะๆ จะใช้ยีสต์นก จะขึ้นได้ดี ขึ้นเร็ว และไม่แพงมาก การเลือกเตาอบก็ต้องเลือกตามลักษณะการทำงานของผู้ที่ทำขนมด้วย เช่น เตาเหล็ก จะร้อนเร็ว ร้อนมาก อุณหภูมิไม่ค่อยคงที่ เหมาะกับคนที่ปั้นขนมมีความชำนาญแล้ว เพราะจะสามารถทราบได้โดยสัญชาตญาณว่าควรจะปรับเตาอะไรยังไง กรณีเตาสแตนเลส จะร้อนช้า อุณหภูมิคงที่ เหมาะสำหรับคนเพิ่งหัดทำใหม่ๆ เพราะทำงานช้า ปั้นขนมไม่ทันเตา ทั้งนี้ทั้งนั้นพยายามอย่าเปิดๆ ปิดๆ เตา เพราะไม่ดีกับหน้าขนม อุณหภูมิขึ้นๆ ลงๆ ขนมอาจจะเหี่ยวและไม่อยู่ตัว และสำหรับการทำขนมส่งขาย แนะนำให้ใช้เครื่องนวด 2 แขน เพราะจะนวดขนมได้ดีกว่า เร็วกว่า เนื้อสวยมากกว่า ขนมจะดีหรือไม่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการนวดแป้งและความชำนาญด้วยค่ะ

ช่วงนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็คงหาคำว่ากำไรได้ยาก นอกจากได้แหล่งขายที่สามารถขายราคาแพงได้ เพราะเนยสด จากเดิมราคากล่องละ 600 ตอนนี้ขึ้นราคาเป็นเท่าตัวแล้ว แป้งห่านเดิมกิโลละ 24 บาท ก็ขึ้นราคาประมาณ 30% แล้ว (ซื้อแบบกระสอบจะถูกขึ้นมาหน่อย แต่ต้องระวังเรื่องสิ่งปลอมปน) ราคามาการีนก็เช่นกัน

ไม่ว่ากันนะคะ หากจะแนะนำว่าช่วงนี้ถ้าขายน้ำผลไม้ปั่น จะได้กำไรมากกว่า เพราะอากาศร้อนด้วยค่ะ ไปหาซื้อสตรอเบอรี่แช่แข็งที่แมคโคร หรือ โลตัส ราคาถุงละ 60 กว่าบาท ปั่นได้หลายสิบแก้ว ขายแก้วละ 15 - 25 บาท แบบนี้มองเห็นกำไรมากกว่า ใช้เวลาเตรียมของสั้นกว่าด้วยค่ะ เพราะปกติแค่ ชิฟฟ่อนใบเตย 30 ชิ้น ใช้เวลาทำจนห่อเสร็จ จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงแล้ว สูตรแป้ง 300 กรัม ไข่ 10 ฟอง แบ่งเป็น 30 ชิ้น หากขายชิ้นละ 10 บาท จะได้กำไรประมาณชิ้นละ 2-3 บาทเท่านั้นค่ะ "


อ่านดูแล้วอาจจะคิดว่าโหดสักหน่อย กับคำตอบนะคะ แต่ก็เป็นเรื่องจริงค่ะ เพิ่มเติมนิดหน่อยค่ะ สำหรับคนที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจ ที่สามารถขายสินค้าราคาแพงๆ ได้ แนะนำให้ทำเลยค่ะ ลองหาอะไรแปลกๆ ไปขายดู หรือเค้กหน้าตาสวยๆ งามๆ ที่จะสามารถช่วยอัพราคาได้ ..เคยเห็นที่มีคนมาขายตามตลาดนัดข้างออฟฟิศทั่วไป ทำขนมเค้กหน้าตาสวยๆ ใช้ครีมสด (จริงๆ แล้วก็คือ วิปปิ้งครีม) แต่งหน้า ผสมไอเดียบรรเจิด แบ่งเค้กขายเป็นชิ้นๆ แบบประเภทว่า เค้ก ขนาด 2 ปอนด์ แบ่งเป็น 6-8 ชิ้น ใส่กล่องสวยๆ ขายชิ้นละ 40 - 45 บาท บางเจ้าสวยอย่างเดียว บางเจ้าอร่อยด้วย อันนี้ต้องเสี่ยงดวงนะคะ แบบนี้ จะมองเห็นกำไรดีกว่าขายส่ง ที่ถูกกดราคาขนมตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดเตาอบเลยค่ะ ..กรณีทำเค้กปอนด์แบบนีี้ หากจะทำสัก 4 ก้อน ก็ตีเค้กครั้งเดียวเลย อบครั้งเดียว แต่แบ่งสไตล์การแต่งหน้าเอา ถึงไม่ได้กำไรมากมาย แต่ใช้เวลาทำไม่มากเท่าทำขนมปังไส้นะคะ

สุดท้ายแล้ว ก็แล้วแต่ความถนัดและความชอบของแต่ละคนค่ะ เพราะทุกอย่างมันจะมีทางออกของมันเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกเดินหรือเปล่าก็เท่านั้นค่ะ


ขอบคุณค่ะ

Pakthada Chaloemchai

=Blog Owner=

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2552

คุ้กกี้ น่ารักๆ เอามาฝากกันค่ะ

วันนี้เปิดเมล์มา ค่ะ ตกใจหมดเลย เจอคุ้กกี้หน้าตาน่ารักๆ มากมายเลยค่ะ เลยอดไม่ได้ที่จะเอามาให้ดูกันค่ะ คาดว่า สูตรของคุ้กกี้ไม่น่าจะมีอะไรค่ะ น่าจะเป็นแครกเกอร์ธรรมดา แล้วตกแต่งด้วยน้ำตาลสีเอาน่ะค่ะ แบบที่เค้กแต่งงานสมัยก่อนเค้าทำกันน่ะค่ะ คือเอาน้ำตาลสีมาแผ่เป็นแผ่นๆ แล้วคลุมไปบนหน้าเค้กเลย พูดง่ายๆ ก็คือแต่งหน้าเค้กแบบไม่ใช้ครีมน่ะค่ะ ส่วนสูตรน้ำตาลสีนี่ เอาไว้มดจะเอามาให้อีกทีน่ะคะ วันนี้เอาคุ้กกี้ไปดูกันก่อนค่ะ น่ากินมากๆ เลย



















วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2552

คุ้กกี้เนย by Pakthada

ห่างหายไปนานค่ะ ต้องขอโทษทุกท่านด้วยน่ะคะ เพราะมัวไปวุ่นวายกับกิจการเปิดใหม่ค่ะ บล๊อกเซียนโพสต์ นี่แหละค่ะ รับโพสต์งาน โปรโมทสินค้า http://zeinpost.blogspot.com แล้วตอนนี้ก็กำลังจะเปิดเวบใหม่ค่ะ คือเวบรับจองโรงแรมทั่วประเทศไทย เวอร์ชั่นภาษาไทย www.hi-vacation.in.th น่ะค่ะ ราคาห้องพักลดราคา 75% เหนื่อยมากมายค่ะ เลยไม่มีเวลามาเขียนบล๊อกนี้เลย ต้องขอโทษทุกท่านเป็นอย่างสูงอีกครั้งค่ะ




วันนี้มดเอาคุ้กกี้เนยมาฝากค่ะ สูตรนี้อร่อยค่ะ ทำที่บ้านประจำ แต่ต้องเน้นย้ำกันสักเล็กน้อย ว่าเนื้อคุ้กกี้ที่ได้นี่บอบบางมากค่ะ กรอบร่วนมาก ถ้าปล่อยให้ถาดเย็นแล้วแซะคุ้กกี้ออกจากถาดล่ะก็ ไม่ต้องกินกันเลยค่ะ มดแนะนำน่ะคะ เวลาที่ถาดอุ่นๆ พอจับได้น่ะค่ะ ให้เอาถาดน่ะค่ะ กระแทกโต๊ะเบาๆ สักสองสามทีแค่นี้ก็หลุดแ้ล้วค่ะ ไม่ต้องไปเอาพายยางหรืออะไรแซะน่ะคะ เดี๋ยวจะไม่เป็นชิ้นกันค่ะ ได้เอาช้อนตักคุ้กกี้กินแน่นอนเลย แล้วสำหรับท่านที่ชอบเอานั่นเอานี่เข้าไปใส่ในคุ้กกี้น่ะคะ แนะนำค่ะ ว่า ไม่ควรใส่ในคุ้้กกี้สูตรนี้น่ะคะ เพราะลำพังแค่ตัวมันเอง ก็เกาะกันหลวมๆ แทบจะหลุดออกจากกันแล้ว อย่าเอาอะไรไปใส่อีกเลยค่ะ มันจะไม่เกาะอะไรทั้งสิ้น ไม่เหมาะค่ะ สำหรับสูตรนี้ ถ้าไม่เชื่อก็ลองทำได้น่ะค่ะ เดี๋ยวจะหาว่ามดโกหก อิอิ

เอาล่ะค่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า

ส่วนผสม
แป้งอเนกประสงค์ (ตราว่าว) 320 กรัม
แป้งข้าวโพด 20 กรัม
ผงฟู 3 ช้อนชา
เนยสด 225 กรัม
เนยขาว 25 กรัม
เกลือ 3 กรัม
น้ำตาลทราย 160 กรัม
ไข่ไก่ 60 กรัม หรือ ไข่ไก่เบอร์ 1 จำนวน 1 ฟอง
วนิลลาผง 1 ช้อนชา

วิธีทำ
- ร่อนแป้ง ผงฟู วนิลลาผง รวมกัน พักไว้
- ตีเนยสดกับเนยขาวและน้ำตาล เกลือ ให้ขึ้นฟูขาวนวล เติมไข่ทีละนิดตีให้เข้ากัน
- เติมแป้งที่ร่อนแล้วลงไป ตีต่อไปสักพัก หยอดลงในถาดทาไขมัน (ทาเนยขาวบางๆ) หรือกดเป็นลวดลายต่างๆ นำเข้าอบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮด์ จนคุ้กกี้ฟูและขอบของคุ้กกี้เริ่มเปลี่ยนสี เอาออกจากเตาพัก 3 นาที แล้วเอาเข้าอบใหม่จนสุก หรือเปลี่ยนเข้าอีกเตาหนึ่งที่มีอุณหภูมิประมาณ 250 - 300 องศาฟาเรนไฮด์ จนสุก นำออกมาพักไว้ให้พออุ่นๆ เอาคุ้กกี้ออกจากถาดโดยกระแทกถาดเบาๆ กับโต๊ะ ระวังอย่าให้ถาดบุบหรือเป็นรอย คุ้กกี้จะร่้อนออกมาจากถาดอย่างง่ายดาย
- พักคุ้กกี้จนเย็นแล้วจึงบรรจุลงถุง หรือขวดที่มีฝาปิดสนิท เก็บในที่แห้งหรือในตู้เย็น

** เพิ่มเติมสักเล็กน้อยค่ะ หลังจากที่ใส่แป้งลงในส่วนผสมแล้ว ไม่ควรตีนานค่ะ ตีแค่เข้ากันก็พอค่ะ เพราะถ้าตีนาน คุ้กกี้เนื้อจะเหนียวค่ะ ไม่ต้องตีให้เหนียวน่ะคะ เพราะว่าเรามีส่วนของแป้งข้าวโพดช่วยให้เค้าเหนียวและเกาะกันแล้วน่ะค่ะ


.