วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วาฟเฟิลน้ำผึ้ง

          นั่งนึกอยู่นานสองนาน ว่าวันนี้จะเอาอะไรมาฝากทุกท่านดีน๊าาา..  อ่อๆๆ  ในฐานะที่วันนี้มดตื่นเช้ามาอัพบล๊อค  ก็เอาเมนูนี้ไปเลย  เหมาะกับช่วงเวลาเร่งด่วน  รีบเร่ง และเป็นอาหารเช้าที่เหมาะกับทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่  วิธีทำก็ง่าย  ทำทิ้งไว้ก่อน เก็บไว้ในตู้เย็นก็ได้  พอเข้าถึงจะนำออกมาคลายเย็นแล้วใส่เครื่องทำวาฟเฟิลแค่ 93 วินาที ก็ได้กินของอร่อยกันแล้วจ้าาา

          ที่มาที่ไปของสูตรนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน  มาจากท่านอาจารย์สมบูรณ์  อดีตหัวหน้างานเบเกอรี่ของการบินไทยเชียวนะ  และอาจารย์อีกท่านนึงที่ร่วมหัวจมท้ายคิดสูตรกันมาก็คือ ท่านอาจารย์ศรีสมร นั่นเอง  มดคงไม่ต้องบรรยายว่าท่านเป็นใครมาจากไหน เพราะหลายท่านคงรู้จักกันดีแล้ว  ทั้งสองท่านนี้ได้เข้าร่วมงานกับ  บริษัท เกตุวานิชอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายมาการีนโอลิมปิกนี่เอง  มดเลยได้สูตรนี้มาจากการอบรมเมื่อรอบที่แล้ว  น่าจะประมาณสิ้นปี 2551 เห็นจะได้  ..ไม่พูดมากละ  ไปดูหน้าตาวาฟเฟิลน้ำผึ้งกันก่อนดีกว่า  ว่าสีสันสวยงามแค่ไหน เห็นแล้วจะน้ำลายยืดรึป่าวน๊อ  กร๊ากกกกกกกก

     

            เห็นรูปแล้วก็คงอยากจะลองทำกันแล้วล่ะสิ  งั้นตอนนี้เอาส่วนผสมกันไปก่อน  ว่าเจ้าวาฟเฟิลน้ำผึ้งมันต้องใช้อะไรบ้างน๊าาา

ส่วนผสม

แป้งขนมปัง                   300  กรัม

แป้งเค้ก                         300  กรัม

น้ำตาลละเอียด                90  กรัม

เกลือ                                  2  ช้อนชา

ยีสต์                                 25  กรัม

น้ำผึ้ง                               60  กรัม

นมสด                              80  กรัม

ไข่ไก่                             320  กรัม

วานิลลาน้ำ                        3  ช้อนชา

มาการีนโอลิมปิค          300  กรัม

น้ำตาลทรายโรยหน้า    200  กรัม

ลูกเกดโรยหน้า              160  กรัม

วิธีทำ

1.  ร่อนแป้งทั้งสองชนิดรวมกัน  พักไว้

2.  ต้มนมสดพออุ่นๆ ผสมกับยีสต์  พักไว้ให้ขึ้นเป็นฟอง เติมน้ำตาลเล็กน้อย

3.  นำส่วนผสมของแห้งทั้งหมดใส่ในโถผสม คนให้เข้ากันเล็กน้อยแล้วเติมส่วนผสมของของเหลว นวดให้เข้ากันดีแล้วจึงใส่มาการีนลงไป ตีจนรวมกันเป็นเนื้อเนียน ร่อนออกจากโถผสม  พักไว้ 20 นาที

4.  ตัดแป้งแบ่งก้อนละ 30  กรัม  ปั้นกลมพักไว้ให้ขึ้นเป็นเท่าตัว  ชุบด้วยน้ำตาลทรายโรยหน้าเล็กน้อย  นำเข้าเครื่องทำวาฟเฟิลโดยวางก้อนแป้งลงไปก่อนแล้วใส่ลูกเกดวางลงไปเล็กน้อยบนแป้ง ปิดฝาเครื่องทำวาฟเฟิล 93 วินาที หรือ 1 นาทีครึ่ง นำออกจากเตาโดยใช้ส้อมจิ้ม

หากใครต้องการเก็บใส่ตู้เย็นก็ให้ตัดแป้งก้อนละ 30 กรัม ปั้นกลม วางลงบนถาดทาไขมันแล้วปิดทับด้วยพลาสติก  ใส่ตู้เย็นช่องธรรมดา  พอจะนำมาใส่เครื่องทำวาฟเฟิลก็ให้นำออกจากตู้เย็นสักพัก  ทิ้งไว้ให้คลายเย็นก่อน แล้วค่อยใส่เครื่องทำวาฟเฟิล

PS.. ชี้แจงกันอีกสักหน่อย เกี่ยวกับขนมสูตรนี้ แนะนำให้ใช้มาการีนยี่ห้อโอลิมปิกเลย เพราะมาการีนยี่ห้อนี้ นอกจากจะให้กลิ่นหอมแล้ว ยัง hardiness ที่อุณหภูมิห้อง  เหมาะกับส่วนผสมอื่นๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้วจ้ะ

.

.

เค้กข้าวโพด

          หลังจากที่ อบรมๆๆ  แล้วก็อบรมมานาน หนังสือก็กองท่วมเตียงจนไม่มีที่นอน  ก็เก็บๆ ที่อบรมมาแบ่งคนอื่นเค้าบ้าง  โดยวันนี้นะจ๊ะๆ จะเอาเค้กข้าวโพดมาให้ดีกว่า สูตรก็ไม่ได้มีปัญญาไปคิดเองหรอก อันนี้เป็นสูตรของ  บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีก็น้ำมันหยกไงจ๊ะ  บริษัทนี้เค้าผลิตเอง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าปีนั้น ใครเป็นคนคิดสูตรเค้กข้าวโพด แบบว่าอบรมมาหลายปีดีดักแล้ว  กร๊ากกกกก

       ในส่วนของหน้าตาก็เป็นเยี่ยงนี้แหละท่านผู้ชม  อันนี้ก็ไปเอารูปในหนังสืออบรมเค้ามาน่ะนี่  อย่าตำหนิมดเลยนะ มดแค่อยากทำเป็นวิทยาทานให้คนอื่นๆ เค้าบ้างน่ะจ้ะ  อิอิ

        ... อ่อ ลืมบอกไปว่า เรื่องของขนมเค้กที่มีผลไม้มาเกี่ยวข้อง เราจะต้องระมัดระวังในเรื่องของปริมาณน้ำกันพอสมควร จะออกมาเป็นตากินหรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำด้วยส่วนหนึ่งนะจ๊ะๆ

เสียเวลาบ้าน้ำลายมานานแล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่า สำหรับส่วนผสมก็เป็นตามนี้เลยค่ะ

ส่วนผสม

แป้งเค้ก          250  กรัม  มดไม่รู้ว่าบริษัทเค้าใช้ยี่ห้อไหน แต่จะให้ดีก็ตราพัดโบกจะดีที่สุด

ผงฟู                   1  ช้อนโต๊ะ  อันนี้อย่าตักให้มันมากเกินไป เด๋วคนกินจะลิ้นชาไปตามๆ กัน

น้ำมันพืชหยก  150  กรัม  

น้ำตาล            150  กรัม   ทำเค้กนะจ๊ะ หาน้ำตาลทรายที่มันละเอียดๆ หน่อย หรือเอาไปปั่นก่อนก็ไม่ว่ากัน

เกลือ                  1  ช้อนชา

ซุปข้าวโพด UFC     300  กรัม

ไข่แดง (เบอร์ 1)   6  ฟอง

ไข่ขาว                6  ฟอง

ครีมออฟทาร์ทาร์  0.5  ช้อนชา

น้ำตาล             150  กรัม

วิธีทำ

Trip :  ในส่วนของวิธีทำนี้ เค้กข้าวโพดจะใช้วิธีทำแบบสปองเค้ก หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือเค้กตัวนี้จะขึ้นฟูด้วยไข่ขาวน่ะเอง  เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่างมากก็คือ ต้องใช้ไข่ที่สุดจริงๆ และอุปกรณ์ที่นำมาตีไข่น่ะ ห้ามมีไขมันติดเลยนะจ๊ะ  ย้ำอีกที  ว่า ห้ามมมมมม มีไขมันติด ไม่งั้นล่ะก็ ตีกันให้ตายไปข้างนึงก็ไม่ฟูหรอกนะจ๊ะ  อ่อ อีกอย่างนึงที่จะบอกก็คือ ในการตีไข่ขาว ถ้าตีจนมากเกินไป ไข่ขาวแยกตัวกันไม่เนียนเป็นครีมล่ะก็ เค้กออกมาไม่สวยไม่รู้ด้วยแหละ   สรุปก็คือ พอตีไข่ขาวจนเนื้อไข่ขาวฟูละเอียด เหนียวเป็นครีม ตั้งยอดอ่อนก็พอแว๊ววว จะตีไรกันนักหนา มันไม่ขึ้นมากไปกว่านี้แล้วจ้าาาา

     1.  ร่อนแป้งเค้ก  ผงฟู  รวมกัน  พักไว้

     2.  ผสมน้ำมัน  น้ำตาล  เกลือ  ซุปข้าวโพด  ไข่แดง ให้เข้ากัน

     3.  เติมแป้งที่ร่อนไว้  คนให้เข้ากัน  พักไว้

     4.  ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์พอฟู ค่อยๆ เติมน้ำตาล  ตีต่อไปจนส่วนผสมตั้งยอด

     5.  นำส่วนผสมของไข่ขาวไปใส่ในส่วนผสมของไข่แดง คนให้เข้ากัน

     6.  เทใส่พิมพ์ที่ทาด้วยเนยขาว  ปูกระดาษทาเนยขาวทับอีกครั้ง

     7.  นำเข้าอบด้วยความร้อน 350 องศาฟาเรนไฮต์จนสุก 

          เอาออกมาจากเตาอบก็กินได้แล้วนะท่านผู้ชม.. สปองเค้กที่ดี เวลากดลงไปแล้วจะเด้งกลับมา  ถ้าฟองอากาศที่เห็นในเค้กนั่นน่ะมีใหญ่ๆ เล็กๆ แสดงว่าตีไข่ได้ไม่ดีนะจ๊ะ  อาจจะตีนานเกินไป  แต่ไม่เป็นไรค่ะ พอกินได้ก็กินกันไปก่อนสำหรับท่านที่เพิ่้งหัดทำ  คราวหน้าก็เอาใหม่แล้วกันค่ะ

ลาไปก่อนนะคะวันนี้  เด๋ววันหลังมดจะเอาสูตรเบเกอรี่มาฝากใหม่  อิอิ  

.